1.
EZ ART (อีซีส์ อาร์ท) Inkjet & Laser Paper
ผลิตและจำหน่ายกระดาษทุกประเภท และฟิล์มสำหรับงานพิมพ์ระบบ
Inkjet, Laser และ Large Format Printer ในทุกขนาดสำหรับผู้ใช้ระดับเริ่มต้นถึงมืออาชีพ
ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งานซึ่งมีทั้งกระดาษแบบแผ่น (Sheet)
และแบบม้วน (Roll)
2.
EZ ART (อีซีส์ อาร์ท) Compatible Inkjet Cartridge / Toner
ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์หมึกสำหรับ Inkjet Printer, Laser
Printer และ Dot Matrix Printer โดยมีคุณภาพการใช้งานเทียบเท่า
Original Brand ทั้งงานพิมพ์ การถนอมหัวพิมพ์ในราคาที่คุ้มค่าประหยัดกว่า
3.
EZ ART (อีซีส์ อาร์ท) IT Accessories
ผู้จำหน่ายอุปกรณ์ต่อพ่วงคอมพิวเตอร์หลากหลายรูปแบบที่ก้าวล้ำด้วยดีไซน์แห่งยุค
และมาตรฐานคุณภาพมืออาชีพ อาทิ เช่น คีย์บอร์ด (Keyboard),
เมาส์ (Mouse), คอมพิวเตอร์ลำโพง (Speaker), กระเป๋ากล้องดิจิตอล
และกระเป๋า CD-ROM (CD Project by Targus) เป็นต้น
4.
EZ ART (อีซีส์ อาร์ท) One Stop Digital Printing Shop
รูปแบบใหม่ของการให้บริการงานพิมพ์ครบวงจร ให้บริการงานพิมพ์ตามสื่อ
ที่ลูกค้าต้องการทั้งาน In-Door & Out-Door ด้วยรูปแบบการให้บริการนี้
สามารถกำหนดเป็นต้นแบบในการขยายต้นแบบทางธุรกิจ (Business
Model) แก่ผู้ประกอบการรายร่อย (SMEs) ที่สนใจลงทุนการให้บริการงานพิมพ์ครบวงจรในอนาคต |
คณะผู้บริหาร
|
 |
1.
คุณสุริศักดิ์ ถวัลย์ศักดิ์วุฒิ
กรรมการผู้จัดการ |
 |
2.
คุณกิตติวัฒน์ งามสมประเสริฐ
รองกรรมการผู้จัดการ และผู้อำนวยการฝ่ายขาย |
 |
3.
คุณมณีรัตน์ สุขนิรันดร์จารุ
ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด |
 |
4.
คุณวินัย ณรงค์ศักดิ์ศิริ
ผู้อำนวยการฝ่ายการฝ่ายโครงการ |
นโยบายการดำเนินธุรกิจ
เสริมจุดแกร่งองค์กร:
เสริมจุดแกร่งองค์กร ด้วยสุดยอดมือโปรวงการ
Printing Industry มารวมตัวครบทีม...
เกิดจากการรวมตัวจากผู้ช่ำชองในวงการอุตสาหกรรมการพิมพ์ โดยคณะผู้ร่วมก่อตั้ง
บริษัท อีซีส์ อาร์ท จำกัด เป็นผู้ที่เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง
ในตลาดนี้อยู่แล้วทั้งสิ้น ประกอบด้วย
1.
นายสุริศักดิ์ ถวัลย์ศักดิ์วุฒิ
มือปฏิวัติตลาด และปรับภาพลักษณ์ของแคนนอนมาสู่ภาพของ "ความไฮเทคและผู้นำ
IT" ในความรู้สึกและ การตอบรับของผู้บริโภค ทำให้แคนนอนก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดพรินเตอร์ในประเทศไทย
โดยมี Market Share เป็นอันดับหนึ่งติดต่อกันหลายปี และเป็นผู้ก่อตั้งศูนย์บริการพรินเตอร์แคนนอน
84 ศูนย์ทั่วประเทศ และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ในการนำพาบริษัท
แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ขึ้นแท่นเป็น อันดับ
1 ในเอเซีย
โดยดำรงตำแหน่ง Managing Director (กรรมการผู้จัดการ)
2.
นายกิตติวัฒน์ งามสมประเสริฐ
นักขายผู้มากด้วยประสบการณ์ และความสามารถในการบริหารงานขาย
โดยสร้างสมประสบการณ์ทางด้าน งานขายมากว่า 20 ปี เริ่มต้นจากบริษัท
ดีทแฮล์ม จำกัด , บริษัท ไบเออร์ จำกัด และ บริษัทในเครือบุญรอดฯ
มี ความยึดมั่นในหลักการบริหารงานภายใต้นโยบาย และแนวทางที่ชัดเจน
เน้นการแข่งขันทางด้านคุณภาพ สินค้ามากกว่าแข่งขันกันที่ราคา
โดยเฉพาะนโยบายหลักในการส่งเสริมกิจกรรมทางการตลาด รวมทั้งการส่ง
เสริมการขาย และการให้บริการที่น่าประทับใจแก่ผู้บริโภคให้มากที่สุด
โดยดำรงตำแหน่ง Deputy Managing Director
& Director of Sales (รองกรรมการผู้จัดการ และ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย)
3.
นางสาวมณีรัตน์ สุขนิรันดร์จารุ
นักการตลาดหญิงระดับแนวหน้าในวงการ IT ที่เน้นการทำตลาดยุคใหม่
คือ เน้นทำกิจกรรมการตลาด (Event Marketing) และส่งเสริมการขายสู่ร้านค้าและผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง
โดยใช้หลัก Push & Pull ซึ่งเป็น หัวใจหลักของการทำตลาดแบบใหม่ในช่วงนั้น
และผลักดันตลาดพรินเตอร์ และสแกนเนอร์ ให้เป็นที่ยอมรับ และครองความเป็นอันดับหนึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
และกอปรกับความเป็นนักการตลาดที่ไม่หยุดนิ่ง จึง คิดสร้างสรรค์และนำความคิดการตลาดแบบใหม่
ๆ มาประยุกต์ใช้กับสินค้าไอทีอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ สามารถรักษาตำแหน่งและสร้างสีสันในวงการไอทีได้อย่างดีเยี่ยม
โดยดำรงตำแหน่ง Marketing Director
(ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด)
4.
นายวินัย ณรงค์ศักดิ์ศิริ
นักขายมือหนึ่งในตลาดไอที ที่ให้ความสำคัญกับช่องทางการจัดจำหน่าย
และถือเป็นคู่ค้าที่ดี โดยสามารถเพิ่ม ช่องทางการจัดจำหน่ายแบบ
"ป่าล้อมเมือง" และผสมผสานการตลาดเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการขาย
ตลอดจน เป็นผู้มีบทบาทในการปรับรูปแบบการขายให้มีความทัดเทียมกันทั่วประเทศ
นั่นคือ "One Price" ซึ่งถือเป็น กลยุทธ์การขายที่เป็นหนึ่งเดียวในวงการไอที
และถือเป็นผลงานชิ้นโบว์แดง ที่ทำให้พรินเตอร์อยู่ในใจของ
ช่องทางการจัดจำหน่ายได้อย่างดี เพราะสามารถดำเนินธุรกิจแล้วประสบความสำเร็จมีกำไร,
ไม่ตัดราคา (Price War) และลูกค้าได้รับบริการที่ดีจากร้านค้า
โดยดำรงตำแหน่ง Trade Marketing Director
(ผู้อำนวยการฝ่ายโครงการ) |
กลุ่มลูกค้า:
บริษัทฯ มีนโยบายการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในเรื่อง
"นิยมไทย" โดยบริษัทฯ ได้ให้ ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในเรื่องคุณภาพสินค้าและราคา
ซึ่งบริษัทฯ ได้ใช้เวลากว่า 6 เดือนในการพัฒนาสินค้า เพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพดีที่สุด
และเหมาะสมกับความต้องการในการใช้งานของคนไทย โดยใช้การวิจัย, การผลิต
ตลอดจนแรงงานการผลิตในประเทศไทยที่ได้มาตรฐาน ISO 9000 และประกันคุณภาพสินค้าด้วย
ตรา "Thailand Best" ทำให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจได้ว่าได้รับสินค้าที่มีคุณภาพ
สามารถตอบสนองความ ต้องการได้อย่างดี และได้รับบริการที่รวดเร็วทันสมัย
รวมทั้งมีผลิตภัณฑ์กระดาษ Inkjet ให้ผู้บริโภคได้เลือกสรรหลากหลายประเภทกว่า
30 ชนิด ตามความเหมาะสมในการใช้งาน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ใช้เวลาเป็น
อย่างมากในการศึกษาและพัฒนารูปแบบ Packaging Design ให้สามารถสื่อถึงความแตกต่างและจุดเด่น
ของ Brand เพื่อความเข้าใจถึงลักษณะของการนำไปใช้งานได้อย่างถูกต้อง
และได้ประโยชน์สูงสุด
นอกจากนี้ ยังมีจุดเด่นเรื่องราคาที่ทางบริษัทฯ เน้นนโยบายการขายที่ยุติธรรม
และเหมาะสม เพราะเป็นสินค้า ไทยที่ผลิตจากแรงงานไทยที่ได้มาตรฐาน
ผ่านการควบคุมคุณภาพทุกขั้นตอน โดยได้วางกลุ่มเป้าหมายหลักเป็น 3
กลุ่ม คือ
1.
กลุ่ม Super Users หรือกลุ่ม Advance Users
กลุ่มที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านการใช้งานกระดาษ
Inkjet อย่างดีมาก มีระดับการใช้งานสูง
2.
กลุ่ม Knowledge Users
กลุ่มที่มีความรู้เรื่องกระดาษที่จะนำมาใช้งานได้ดี
และมีการพิจารณาราคา, ปริมาณและความคุ้นเคย
3.
กลุ่ม Starter Users / Light Users
กลุ่มที่เริ่มใช้กระดาษ หรือ ใช้งานบ้างแต่ยังไม่มากนัก
แต่สนใจที่จะใช้และต้องการศึกษาการใช้งานอยู่ |
กลยุทธ์และแผนการตลาด
สำหรับกลยุทธ์ของการเข้ามาในตลาดกระดาษ Inkjet บริษัทฯ เลือกใช้กลยุทธ์สร้างความแตกต่าง
และสร้างโอกาสด้าน
1. ความพร้อมทางด้านทรัพยากรของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรด้านบุคคล
และเงินทุนต่าง ๆ
2. ความสามารถและศักยภาพในการวิจัยและพัฒนา คิดค้นสิ่งใหม่ ๆ ออกสู่ตลาด
อย่างต่อเนื่อง โดยความร่วม มืออย่างจริงจังของพันธมิตร ทั้งโรงงานผลิต
คู่ค้า และลูกค้า ทำให้สามารถตอบสนองความต้องการใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็ว
3. คุณภาพของสินค้า ได้มาตรฐานการรับประกันคุณภาพจาก ISO 9000 และ
Thailand Best
ในส่วนของแผนการตลาดนั้น อีซีส์ อาร์ท ได้ปรับเปลี่ยนมาทำตลาดแนว
"4 C's" คือ คำนึงถึงผู้บริโภคเป็นหลัก ดังนี้
1.
Consumer
ให้ความสำคัญและคำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภคเป็นหลัก ซึ่งมีการทำวิจัย
และศึกษาพฤติกรรมในความต้องการใช้สินค้า เพื่อนำไปพัฒนาและผลิตสินค้า
ให้ตอบสนองความต้องการได้อย่างดี
2.
Cost
การบริหารต้นทุนการผลิตให้ต่ำลงเพื่อจะให้ผู้บริโภคได้ราคาสินค้าที่ถูกที่สุด
3.
Convenience
บริหารช่องทางการจัดจำหน่ายให้มีสินค้าวางจำหน่ายได้อย่างแพร่หลาย
และง่ายต่อการซื้อหาของผู้บริโภค ซึ่งบริษัทฯ จะมีตัวแทนจำหน่ายอยู่ทั่วประเทศกว่า
1,200 ราย และจัดตั้งศูนย์บริการ EASY ART CENTER ที่ศูนย์การ
ค้าไอทีที่ใหญ่ที่สุด คือ "พันธ์ทิพย์พลาซ่า" โดยจะเปิดทำการภายในเดือนเมษายน
2545 นี้
4.
Communication
จะใช้การสื่อสารการตลาด นอกเหนือจากการทำโฆษณา หรือ ทำ Sales
Promotion โดยจะเน้นและให้ความสำคัญกับการทำ Event Marketing
อย่างต่อเนื่อง |
เนื่องจากแบรนด์ "EZ Art" เป็นแบรนด์ใหม่
เราจึงเน้นถึงดีไซน์ที่ง่ายต่อการจดจำ ภายใต้ความหมายของงาน ศิลปะที่ถ่ายทอดออกมาอย่างง่าย
ๆ แต่ครบถ้วนด้วยความสำคัญของ
- ความเป็นผู้นำทางด้านนวัตกรรม
(Innovation)
- ความเป็นมืออาชีพ (Professional)
- ความเป็นผู้นำสมัย และทันต่อความต้องการของผู้บริโภค (Trendy
& Modern) |
สำหรับนโยบายการดำเนินธุรกิจ บริษัท อีซีส์ อาร์ท จำกัด มีนโยบายการดำเนินธุรกิจแบบครบวงจร
ด้วยความ รอบรู้และเข้าใจในทุกกลไกด้านการตลาดของทีมผู้บริหาร คือ
สิ่งชี้วัดถึงคุณภาพในการจัดการรูปแบบใหม่ ๆ ของจุดมุ่งหมายทางกลยุทธ์
(Strategic Direction) เพื่อสนองตอบความต้องการของลูกค้าให้ได้ใช้
ผลิตภัณฑ์และบริการที่ดี มีคุณภาพ สร้างความพึงพอใจสูงสุดในราคาที่เหมาะสม
(Cost Efficient Product) อีกด้วย
|